วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ภูดินสมุนไพร phudin herbs

น้ำพืชสมุนไพรปรับสมดุลร่างกาย
ส่วนประกอบของ ภูดิน สมุนไพร

ภูดิน สมุนไพร ได้ใช้ สมอและพลูคาว เป็นส่วนประกอบหลักและพืชชนิดอื่นๆๆอีก เจ็ด ชนิด รวม เก้า ชนิด และได้ปลูกพืชโดยกรรมวิธีธรรมชาติ


คุณสมบัติของภูดินสมุนไพรที่ออกฤทธิ์ต่อระบบการทำงานของร่างกาย

ภูดินสมุนไพร ไม่ใช่ยา แต่มีสรรพคุณในการบำบัดโรคจากจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ สามารถใช้ได้ทั้งผู้ที่มีภาวะร่างกายปกติ และ ผู้มีปัญหาสุขภาพ จากการบอกเล่า

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ขายประเทศหน่อย sell Thailand หนึ่ง

หลังจากขายของให้ตัวเองแล้ว
ก็อยากจะมาขายประเทศชาติหน่อย
โดยได้รับเมลมาจากเพื่อนอีกที
เลยถือโอกาสนี้มาเผยแพร่ให้คนอื่นได้รับรู้เพิ่มเติ่ม
อย่าลืมเที่ยวไทยนะค่ะ


ถ้าเที่ยวเมืองไทย ครบทั้งหมดตามนี้ ก็เรียกว่า สุดยอดแล้วครับ

12 เดือน คือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ถูกคัดสรรมาแล้วว่าสวยที่สุด.. น่าดูที่สุด ที่จะปรากฏความงามมาให้ดูได้เฉพาะเดือนนั้นๆ เท่านั้น
7 ดาว คือมหัศจรรย์แห่งความสวยงามที่เกิดขึ้นยามค่ำคืนที่น่าสนใจที่สุดของเมืองไทย ที่ใครๆไม่ควรพลาด
9 ตะวัน คือสุดยอดแห่งปรากฏการณ์ภาคกลางวัน ยามที่ธรรมชาติถูกอาบไปด้วยแสงอาทิตย์สรีระของความงดงามจะปรากฏให้เราเห็น
+++12 เดือน+++
มกราคม
สุดยอดเส้นทางชมนางพญาเสือโคร่ง จ.เชียงใหม่ ช่วงฤดูหนาวปลายเดือนธันวาคมถึงต้นมกราคมเป็นวันเวลาที่ดีที่สุด ซึ่งดอกนางพญาเสือโคร่งยามเมื่อต้นทิ้งใบแล้วพากันออกดอกสะพรั่งเป็นสีชมพู สวยสดใสคล้ายกับดอกซากุระของญี่ปุ่น จะบานสะพรั่งทั้งขุนเขา ฤดูแห่งความโรแมนติกนี้ 1 ปีมีหนเดียวสวยสุดอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ พลาดไม่ได้ปีนี้
บึงสวรรค์ของนกน้ำนับแสนตัว บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ ช่วงฤดูหนาวราวเดือนมกราคม บึงบอระเพ็ดคือแหล่งดูนกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย ด้วยนกน้ำจำนวนนับแสนตัวจะพากันอพยพ มาอาศัยอยู่บึงน้ำบึงสวรรค์แห่งสรรพชีวิต บึงบอระเพ็ดยังงดงามด้วยทะเลบัวสีชมพูบานสะพรั่งในทุกเช้าก่อน 09.00 น.ซึ่งคุณจะไม่เคยพบเห็นได้ในที่อื่นใดสวยงามเท่านี้
กุมภาพันธ์
ชมพูภูคา แหล่งเดียวที่พบเห็นได้บนดอยภูคา จ.น่าน นี่คือที่เดียวในโลกซึ่งสามารถพบเห็นดอกไม้ชนิดนี้ ชมพูภูคาพันธุ์ไม้ที่ได้ชื่อว่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ที่สุดในโลกชนิดที่ ดอยภูคา จ.น่าน พันธุ์ไม้ชนิดนี้จึงหลงเหลืออยู่ในโลกเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ประเทศไทย ในรอบ 1 ปี พันธุ์ไม้ชนิดนี้จะออก ดอกสีชมพูเป็นช่อสวยสดใสเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เท่านั้นต้องไปดู ถนนดอกไม้
ทองกวาวบานตระการตา จ.พะเยา เดือนกุมภาพันธ์ฤดูร้อนมาเยือน เส้นทางจาก อ.ดอกคำใต้ไป อ.จุน จ.พะเยาคือเส้นทางสวยที่สุดด้วย ดอกทองกวาวสีส้มจัดบาน 1 , 000 ต้นตระการตาเสียจนไม่น่าเชื่อว่าจะมีเส้นทางเช่นนี้อยู่จริงในเมืองไทย
มีนาคม
ชมทะเลสวยกับถิ่นปลาการ์ตูนที่หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่มีปะการังน้ำตื้นสวยงามที่สุดในประเทศไทย ปลาการ์ตูนและเต่าทะเลที่หาดูได้ยาก นอกจากน้ำทะเลใส หาดทรายขาว ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ที่นี่ยังเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเลเผ่ามอเก็น เป็นบ้านแสนสวยของปลาการ์ตูนที่พบมากบริเวณช่องเขาขาด นอกจากนี้ที่เกาะบอน หมู่เกาะสิมิลันซึ่งอยู่ใกล้เคียงยัง เป็นที่ดูกระเบนราหูที่ดีที่สุด เกาะห้อง มหัศจรรย์ธรรมชาติในป่าเกาะ จ.กระบี่ ในพื้นที่ “ ป่าเกาะ ” ของ จ.กระบี่ เกาะที่สวยที่สุดคือ เกาะห้องซึ่งมีหาดทรายสวยที่สุด ฝูงปลาเยอะที่สุดและทะเลในมหัศจรรย์ที่สุด
เกาะห้องเป็นเกาะใหญ่หนึ่งในป่าเกาะ จ.กระบี่ ที่มีเกาะอยู่มากมายนับร้อยเกาะ เกาะแห่งนี้มีจุดเด่นไม่เหมือนใครด้วยชายหาดด้านหน้าเกาะโค้งเกือบ จะเป็นครึ่งวงกลม ร่มรื่นด้วยแนวป่าชายหาดด้านหลัง น้ำทะเลที่นี่เป็นสีเทอคอยส์ และทุกเดือนมีนาคมเกาะแห่งนี้จะเป็นที่รวมของปลาดาวมากมายที่ มาชุมนุมกันน่าอัศจรรย์รวมไปถึงทะเลในที่ซ่อนไว้ซึ่งมุมมองอันวิเศษสุดอีกด้านหนึ่งของเกาะ
เมษายน
ตระการตา ลานผีเสื้อในป่าแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ทุกฤดูร้อนเมื่ออากาศร้อนจัดและแหล่งน้ำเริ่มแห้งเหือดบรรดาเหล่าผีเสื้อกว่า 200 ชนิดจะพากันมาหากินเกลือตามดินโป่งหรือแหล่งน้ำแฉะๆมากมาย จนบางครั้งบางทีก็อาจพบการอพยพของฝูงผีเสื้อนับแสนตัวอย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญ มีนกหายากเช่น นกกะลิงเขียดหางหนามเป็นต้น
สามพันโบกมหัศจรรย์แห่งภูผาใต้มหานทีแม่โขง จ.อุบลราชธานี ทุกฤดูแล้งเมื่อแม่น้ำโขงลดระดับลง “ โบก ” นับร้อยนับพันที่จมอยู่ใต้ท้องน้ำ ก็ผุดโผล่ขึ้นกลายมาเป็นประติมากรรมหินผาน่าพิศวงที่เรียกว่า ” สามพันโบก ” เฉพาะในเดือนเมษายนเท่านั้นที่จะพบ ” แมงกะพรุนน้ำจืด ” โผล่ขึ้นมาตามโบกเหล่านี้ให้เห็นอีกด้วย
พฤษภาคม
เที่ยวน้ำหนาวฤดูฝน ไปยลกล้วยไม้ยักษ์เอื้องบุษราคัม จ.เพชรบูรณ์ น้ำหนาว รู้จักกันดีว่าป่าเปลี่ยนสีสวยสุดยามต้นฤดูหนาว แต่ใครเล่าจะรู้ว่าช่วงต้นฤดูฝนบนภูกุ่มข้าวซึ่งมีทุ่งหญ้าและป่าสนสวยที่สุดของน้ำหนาว ที่นี่มีสิ่งมหัศจรรย์ ซ่อนอยู่ต้องไปดูคือ กล้วยไม้ยักษ์เอื้องบุษราคัม ซึ่งความสูงใหญ่ของมันอาจสูงได้เกิน 2 เมตรช่อดอกเหลืองอร่ามราวบุษราคัมตามชื่อเรียก ชมกระทิงฝูง กลางป่าดงพญาเย็น จ.นครราชสีมา หลังจากฝนแรกเดือนเมษายนผ่านไปหญ้าอ่อนก็จะแตกใบ นี่คือวันเวลาดีที่สุดที่กระทิงจะออกมาหากินตามทุ่งหญ้า โป่งสัตว์และ แหล่งน้ำซับ แหล่งดูกระทิงวันนี้ที่เห็นง่ายที่สุด คือ คลองปลากั้ง
เขาแผงม้า จ.นครราชสีมา และตาพระยา ผืนป่า จ.สระแก้ว
มิถุนายน
เที่ยวชมผืนพรมทะเลหญ้า เขียวขจีสวยที่สุดในเมืองไทย ทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก ทุ่งแสลงหลวง เป็นทุ่งหญ้าสะวันนาทุ่งหญ้าสีทองสวยงามมาก เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูฝนราวเดือนมิถุนายน ทุ่งหญ้าแห่งนี้จะเขียวขจีประดุจผืนพรมธรรมชาติ โดยเฉพาะดอก กระเจียวขาวนับหมื่นดอกจะแทงช่อขึ้นจากภายใต้ผืนพรมเขียวขจีนี้ นอกจากนั้น ก็เป็นเส้นทางขี่จักรยานที่มีสภาพธรรมชาติดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทยอยู่ เปราะภูในสายหมอกที่แปกดำ
ภูหลวง จ.เลย มนต์ขลังของฤดูฝนบนภูหลวงนั้นคือสายหมอกฉ่ำเย็น นี่เป็นวันเวลาของดอกเปราะภูสีชมพูซึ่งจะพากันบานสะพรั่งทั้งผืนป่า ที่นั่นดอกเปราะภูสีชมพูสวยสดกำลังพากันออกดอกสะพรั่งทั้งผืนป่า มีเวลาสวยที่สุดอยู่แค่เดือนเดียวพลาดปีนี้ ต้องรออีกปีหนึ่งถึงจะมีโอกาสอีกครั้ง
กรกฎาคม
ชมกระเจียวบานในม่านฝนที่เทือกเขาพังเหย จ.ชัยภูมิ ทุ่งกระเจียว สวยสุดแห่งปีมีได้เฉพาะต้นฤดูฝนบนเขาพังเหยตั้งแต่เทพสถิต ป่าหินงามไปจนถึงไทรทองแหล่งใหม่ที่อยู่ไม่ไกล พบว่ามุ่งกระเจียวสวยไม่แพ้กันซ่อนอยู่สีสดงดงามและดอกใหญ่กว่า โดยเฉพาะวันที่สายหมอกโปรยปรายให้ภาพงามอัศจรรย์สวยจริงๆ น่าต้องไปดู ภูหินร่องกล้า มหัศจรรย์ลานหินแตก
น้ำตกหมันแดง แหล่งลิ้นมังกรสีชมพู จ.พิษณุโลก ฤดูฝนบนภูหินร่องกล้าคือวันเวลาวิเศษสุดในธรรมชาติ ทั้งพืชพันธุ์นานา โลกของเฟิร์นเขียวขจี และแหล่งกล้วยไม้ลิ้นมังกรสีชมพู น้ำตกหมันแดง อีกหนึ่งความงาม ของภูหินร่องกล้าซึ่งพบกล้วยไม้ลิ้นมังกรสีชมพูและบีโกเนียสีขาว ขึ้นอยู่หน้าน้ำตกชั้นที่ 5 เป็นสัญลักษณ์ความงามที่พบได้เฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมของทุกปีเท่านั้น
สิงหาคม
ชมผาเดียวดายไปดูทุ่งหญ้าข้าวก่ำ เขาใหญ่ ป่าใกล้กรุง จ.นครราชสีมา ฤดูฝนบนเขาใหญ่มีของดีซ่อนไว้ให้ไปค้นหา คือหน้าผาเดียวดายแหล่งชมวิวป่าดงพญาเย็นอันยิ่งใหญ่ และโลกแห่งสีสันของหญ้าข้าวก่ำดอกไม้สีม่วงงามฤดูฝน
ปีนภูดูทะเลดอกไม้ในป่าสนบนภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ ภูสอยดาวได้ชื่อว่าสวยสุดในเมืองไทย โดยเฉพาะในช่วงกลางฤดูฝนที่ทุ่งดอกหงอนนาคสีม่วงบานสะพรั่งทั่งภู คือภาพความสวยงามของทุ่งหญ้า และป่าสนสามใบมุมมองสวยงามแปลกตากว่าที่ใด ในรอบปีมีวันเวลาที่สวยงามที่สุดคือ ช่วงเดือนสิงหาคมซึ่งดอกหงอนนาค จะออกดอกสะพรั่งท่าม กลางป่าสนที่มักปกคลุมไปด้วยสายหมอกจนได้ชื่อว่าเป็นที่สุดยอดโรแมนติกที่สุดที่หนึ่งในเมืองไทย
กันยายน
ยลโลกสีเขียวป่าดึกดำบรรพ์โลกล้านปี
ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ป่าดึกดำบรรพ์ย้อนยุคราวป่าโลกล้านปีสวยที่สุด คือ ป่าอ่างกาหลวงบนยอดดอยอินทนนท์ ฤดูฝนบนนี้คือวันมหัศจรรย์ธรรมชาติที่คุณต้องไปดู ยอดดอยอินทนนท์ สูงที่สุดในเมืองไทยถึง 2,565 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นแหล่งรวมของพืชพันธุ์และสัตว์ป่าหายากหลายชนิด โดยเฉพาะ ช่วงฤดูฝนซึ่งผืนป่าอ่างกาหลวงฉ่ำเย็นไปด้วยสายหมอกจนตามต้นไม้มีมอสเฟิร์น
ไปเฝ้าดูเหยี่ยวอพยพนับแสนตัว จ.ชุมพร ฤดูอพยพของฝูงนกนานาชนิดจากซีกโลกภาคเหนือเช่น ไซบีเรีย และประเทศจีน มักจะเริ่มต้นที่ราวเดือนกันยายนของทุกปี ทุกปีฝูงเหยี่ยวอพยพ เช่น เหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ เหยี่ยวต่างสี นกอินทรีเล็กจะพากันบินมาถึงจุดนี้ได้อย่างตรงเวลา น่าตื่นตาตื่นใจนับแสนตัวตลอดฤดู
ตุลาคม
ที่สุดในเมืองไทย สุดยอดผจญภัยไปล่องแก่งน้ำว้าตอนกลาง จ.น่าน ลำน้ำว้า ท้าทายนักผจญภัยให้ไปสัมผัส ผืนป่ากว้างใหญ่ ลำน้ำสวยใส เหลือแต่ใจว่าคุณพร้อมหรือไม่เพราะ แก่งที่นี่ได้ชื่อว่าโหดที่สุดในเมืองไทย นี่คือสุดยอดความประทับใจที่คุณจะไม่มีวันลืมในชีวิต อาณาจักรแห่งสีสันลานดอกไม้ผาแต้ม จ.อุบลราชธานี บนลานหินทรายผาแต้ม เมื่อปลายฤดูฝนมาถึงเหนือลานหินที่ชุ่มฉ่ำ จะกลับกลายเป็นอาณาจักรดอกไม้สีทองละลานตาได้อย่างน่าประหลาด ทั้งสร้อยสุวรรณารวมถึงดอกไม้กินแมลงชนิดอื่นให้ออกดอกสวยงามเผื่อล่อแมลงให้มาเป็นเหยื่อให้มันดักจับกินได้อย่างน่าทึ่ง ทะเลแห่งสีสันมวล ดอกไม้นี้จะมีอยู่ที่ลานหินเหนือน้ำตกสร้อยสวรรค์มากที่สุดในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปีไม่มีที่ใดงดงามเท่า พฤศจิกายน
ดอยแม่อูคอ ขุนเขาแห่งทุ่งบัวตอง ทะเลดอกไม้สีทอง จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อลมหนาวเดือนพฤศจิกายนพัดมา นั่นเป็นสัญญาณธรรมชาติว่าดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอจะพากันออกดอกสะพรั่งทั้งดอยดั่งทะเลดอกไม้สีทอง ดอยแม่อูคออยู่ในเขต อ.ขุนยวม เป็นแหล่งของดอกบัวตองที่สวยงามที่สุดในเมืองไทย เวลาที่สวยงามที่สุดควรดูในตอนเช้าเมื่อแสงแรกของวันสาดส่อง เพราะสีทองของดอกจะเปล่งประกายเป็นทองมากกว่าเวลาอื่นใด พลับพลึงธารบานเร้นลับ ที่ผืนป่า
คลองนาคา จ.ระนอง พลับพลึงธาร คือ ที่สุดของความเร้นลับอย่างหนึ่งในผืนป่าคลองนาคา เดือนพฤศจิกายนทุกปีทั้งคลองนาคาจะเต็มไปด้วยดอกไม้หายากชนิดนี้ ความงามของดอกพลับพลึงธารไม้น้ำหายากซึ่งพบที่เดียวในเมืองไทยในคลองนาคา ซึ่งเดือนพฤศจิกายนคือเดือนที่พลับพลึงธารบานทั้งคลองนาคามากที่สุด
ธันวาคม
ท่องป่าปิด ชมเมเปิ้ลเปลี่ยนสีที่ภูกระดึง จ.เลย เมเปิ้ล เปลี่ยนสีอาจมีอยู่หลายแห่งในเมืองไทย แต่จะหาที่ไหนสวยงามไปกว่าเมเปิ้ลในป่าปิดของภูกระดึงนั้นไม่มี ที่นี่จึงเป็นที่สุดแห่งความงาม ทุกฤดูหนาวเมเปิ้ลจะพากันเปลี่ยนสีของใบเป็นสีแดงสดบ้างก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินเป็นภาพที่งดงามที่สุด พายเรือลอดถ้ำข้าม 2 อำเภอที่ถ้ำเจ็ดคต
แหล่งผจญภัยแห่งใหม่ จ.สตูล ถ้ำขนาดใหญ่แหล่งผจญภัยด้วย การพายเรือลอดถ้ำที่โค้งถึง 7 โค้ง 7 คด งดงามด้วยหินงอกหินย้อย หาดทราย กลายเป็นที่เที่ยวแห่งใหม่เมืองสตูล ก็ต้องถือว่าสุดยอดเพราะพายเรือลอดถ้ำข้ามมาตั้ง 2 อำเภอ ที่เดียวในเมืองไทยไม่มีที่ไหนทำได้อย่างนี้

ควอนตั้มภาค สอง

ขอบคุณข้อมูล ดีๆๆจากเว็บ
http://mx.kkpho.go.th/bfh/index.php?option=com_content&task=view&id=46&Itemid=1


ควอนตัมบำบัด เวชศาสตร์บูรณาการ

เขียนโดย ผู้ดูแลระบบ
13 พฤษภาคม 2551 00:45:10

"ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” คำกล่าวที่คล้ายๆ จะตกยุคตกสมัย เพราะอาจจะได้ยินกันมาช้านาน ทว่า มองในอีกแง่ก็เป็น “วลี” คลาสสิกที่อยู่คู่มนุษย์มานานปีดีดัก แม้ว่ามนุษย์เรามิอาจที่จะหลีกพ้น 1 ในอริยสัจ นั่นคือ ความป่วยไข้ ไปได้ เพียงแต่จะป่วยมาก ป่วยน้อย แตกต่างกันไป
เมื่อความป่วยไข้คือความจริงที่มิอาจจะหลีกเลี่ยงนับตั้งแต่กำเนิดมนุษย์ การแพทย์จึงได้รับการพัฒนาควบคู่กันมา โดยเฉพาะหลังยุคกลางที่วิวัฒน์ทางการแพทย์ไม่ต้องซุกๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป การทดลอง ศึกษาร่างกายมนุษย์ จนกระทั่งการพัฒนาทางยาจากสมุนไพร สู่การผลิตยาเป็นอุตสาหกรรม เทคโนโลยีทางการแพทย์พัฒนามาเป็นลำดับ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะทำให้มนุษย์เราหลีกพ้นจากความเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นการค้นหาลาภอันประเสริฐแห่งชีวิตซึ่งมีค่า
ทว่า ในรอบทศวรรษที่ผ่านมานี้ ดูเหมือนว่าเข็มทิศของแวดวงการแพทย์จะตีกลับ โดยเฉพาะเทรนด์สมัยใหม่ที่หันมานิยมการ “เลิก” ใช้ยา โดยเฉพาะยาสมัยใหม่ ซึ่งผ่านการผลิตทางเคมี ศาสตร์ต่างๆ อันพึงมีอยู่ในโลกนี้ ได้รับการตั้งสมมติฐาน ผ่านการนำกลับมาวิจัยเพื่อพัฒนาแพทย์แผนเก่าให้เข้ากับชีวิตยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการฝังเข็ม การนวด โยคะ ฯลฯ เพื่อการนำมาใช้ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการรักษาโรคแบบไม่ใช้ยา อันเป็นแนวโน้มของแพทย์แผนทางเลือกของปัจจุบัน... และอนาคต
เช่นเดียวกับ “ควอนตัมบำบัด” ซึ่งเพิ่งคิดค้นพัฒนาการรักษาโรคโดยใช้คลื่นควอนตัมขึ้นใหม่ในเยอรมนี เมื่อก่อนสหัสวรรษที่ผ่านมา (ปี 1999) ก่อนที่จะผ่าน อย. บ้านเรานำเข้ามาในเมืองไทยครั้งแรก ในปี 2005 โดยการอนุมัติของ นพ.กวี ไชยศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี
อย่างไรก็ตาม แม้ “ควอนตัมบำบัด” จะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในการบำบัดรักษาโรคฝั่งยุโรป หากในเมืองไทยยังเป็นเรื่องใหม่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน “ควอนตัมบำบัด” จากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จึงได้เป็นตัวตั้งตัวตีตั้ง “ชมรมแพทย์ควอนตัมบำบัดแห่งประเทศไทย” ขึ้น เพื่อเผยแพร่ศาสตร์ดังกล่าว รวมทั้งเพื่อขยายวงในการช่วยบำบัดรักษาโรคให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยตอนนี้มีโรงพยาบาลและหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลปทุมเวช (จ.ปทุมธานี) ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก (ศาลายา) มาริษาคลินิกเวชกรรม (กรุงเทพฯ/จ.เชียงใหม่) อรวรรณสปา (สุขุมวิท 55) ฯลฯ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน “ควอนตัมบำบัด” จากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เล่าว่า “ควอนตัมบำบัด” เป็นการเสริมสร้างและฟื้นฟูสุขภาพแนวใหม่ ซึ่งอาศัยคลื่นควอนตัม หรือคลื่นพลังงานแม่เหล็กที่มีความถี่อยู่ระหว่าง 0.1-1 หมื่นเฮิรตซ์ และมีความแรงของคลื่นน้อยกว่า 50 ไมโครเทสลา
ลักษณะเฉพาะของการรักษาโดยกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าแม่เหล็กระบบ “ควอนตัมบำบัด” คือ เป็นพลังงานต่ำ หรือมีแรงต่ำกว่าพลังงานแม่เหล็กโลก (ต่ำกว่า 50 ไมโครเทสลา) นอกจากนี้ ยังเป็นคลื่นที่มีความถี่แปรผัน (มีค่าตั้งแต่ 0.1-1 หมื่นเฮิรตซ์) มีการสลับขั้วของพลังงานแม่เหล็ก รวมทั้งสามารถทำให้เกิดการลำเลียงไอออน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรตอนภายในร่างกาย ซึ่งจะส่งผลต่อร่างกายในการช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของโลหิต และเพิ่มศักย์ไฟฟ้าของเซลล์ในร่างกายให้สูงขึ้น
คุณหมอผู้เชี่ยวชาญคนเดิมให้อรรถาธิบายอีกว่า โดยปกติร่างกายของเราจะต้องมีพลัง คล้ายๆ กับแบตเตอรี่ที่ได้รับการชาร์จจนเต็ม พร้อมสำหรับการใช้งานในแต่ละรูปแบบ หากเมื่อเราเจ็บป่วยขึ้นมา ก็คล้ายกับว่า แบตเตอรี่ที่อ่อนแรง หรือแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพลง ดังนั้น จึงต้องมีการชาร์จแบตเพื่อเพิ่มพลังงานเข้าไป ซึ่งการรักษาแบบ “ควอนตัมบำบัด” ซึ่งมี 3 รูปแบบ คือ ที่นอน หมอน และปากกา จะมาช่วยในการเติมพลังเข้าไปในแบตเตอรี่ของร่างกายใหม่ คล้ายการชาร์จให้เต็มอีกครั้ง
“ควอนตัมบำบัด” หรือการใช้พลังงานสนามคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าคลื่นความถี่ต่ำ มีวัตถุประสงค์ทั้งเพื่อการรักษา การตรวจวินิจฉัย การป้องกันโรค รวมทั้งการฟื้นฟูผู้ป่วย โดยจะช่วยกระตุ้นสิ่งที่สำรองเอาไว้ในร่างกาย ทั้งในระดับเซลล์และระบบชีวภาพ ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และปรับอวัยวะให้มีการต่อต้านระบบการทำงานที่ไม่ปกติ จากการทดลองวิจัยในต่างประเทศและในประเทศไทย พบว่า การแพทย์แนวนี้สามารถบำบัด/รักษาได้สารพัดโรค ตั้งแต่ กระดูก บาดแผล ยีนส์ ปอด ปัสสาวะ ผิวหนัง ระบบช่องท้อง ทันตกรรม ระบบประสาท หัวใจ เบาหวาน มะเร็ง อาการปวดต่างๆ รวมทั้งปวดไมเกรนและระบบภูมิคุ้มกัน
สำหรับการรักษาระดับทั่วไป คนไข้จะได้รับการจัดโปรแกรมให้นอนบนเตียงควอนตัม วันละ 16 นาที ถ้าป่วยมาก เช่น เป็นอัมพาต ปวดหลัง ปวดไหล่ ก็อาจจะมีการใช้หมอนควอนตัม รวมทั้งปากกาจี้เป็นจุดๆ -- ทั้งหมดนี้เรียกว่า 1 ชุด ถ้าป่วยหนักมาก หรือป่วยเฉียบพลัน แพทย์อาจจะให้รับการรักษาวันละ 3 ชุด
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน “ควอนตัมบำบัด” จากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เสริมด้วยว่า โดยปกติแล้วร่างกายคนเราจะทำงานอยู่ 2 ระบบ คือ “ซ่อม” กับ “สู้” ซึ่งหากจะให้ดีที่สุดนั้น ทั้ง 2 ระบบนี้ ควรจะเป็นไปอย่างมีสมดุล สำหรับการนำ “ควอนตัมบำบัด” มาใช้ก็จะมีการตรวจเช็กร่างกายเป็นรายบุคคล เพื่อที่จะเลือกโปรแกรมบำบัดให้เหมาะสม นั่นคือ การปรับสมดุล (โปรแกรมเบสิก ทำให้อวัยวะทุกส่วนปรับสมดุลการทำงาน) การกระตุ้นให้สู้ (โปรแกรมไวทัล เน้นความถี่ของระบบประสาท ระบบหลอดเลือดและหัวใจ ทำให้ร่างกายเกิดความกระปรี้กระเปร่า) หรือการทำให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย (โปรแกรมรีแลกซ์ เน้นความถี่เฉพาะระบบประสาท ทำให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย ลดความเครียด ลดสิ่งรบกวนการนอนหลับ)
ทั้งนั้นและทั้งนี้ ก็เพื่อปรับสมดุล ฟื้นฟู และเติมพลังงานให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติ หรือใกล้เคียงกับภาวะปกติ (ที่ไม่ป่วยไข้) มากที่สุด
ข้อมูลข่าวโดยหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ออนไลน์ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2551
สนใจเหรียญติดต่อได้ทาง xaiotik@yahoo.com

เหรียญควอนตั้ม

พลังงานสเคลาร์เหมาะกับการรักษาผู้มีปัญหาด้านสุขภาพ รักษาโรค ทำให้ร่างกายแข็งแรง ชะลอความชรา ช่วยเพิ่มพลังงาน และสมรรถภาพในการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย ช่วยเพิ่มออกซิเจนเข้าสู่เซลล์และกระแสเลือด ทำให้คลายอาการเจ็บปวดตามกล้ามเนื้อ หรือบรรเทาอาการปวดหลังได้ดี รวมทั้งลดอาการอักเสบของแผล ผดผื่น ลดการแข็งตัวและการเกิดลิ่มในเลือด ทำให้เกิดโรคเส้นเลือดตีบ ทำให้ระบบการไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกายดีขึ้น ช่วยย่อยสลายไขมันโปรตีนส่วนเกินและสารตกค้าง อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ

ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดริ้วรอยแห่งวัย ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ป้องกันอันตรายที่เกิดจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และคลื่นวิทยุจากโทรศัพท์มือถือ ปกป้องดีเอ็นเอจากการถูกทำลาย ทำให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ ช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น และช่วยสร้างสมดุลสมองทั้งสองซีก ช่วยลดอาการซึมเศร้า เพิ่มความกระฉับกระเฉง ทำให้น้ำมีโมเลกุลเล็กลง ร่างกายจึงสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ใครที่ไม่สบาย เบื่อกับการกินยาเป็นจำนวนมาก ลองมาใช้สิ่งนี้ดู
อีกทางเลือกหนึ่งราคาเพียง สามพันเจ็ดร้อยห้าสิบ บาท พร้อมค่าจัดส่ง

สนใจติดต่อได้ที่ xaiotik@yahoo.com

ฟ้าทะลายโจร

ตอนนี้กะลังฮิต แก้ไข้หวัดได้
สรรพคุณทางยา
แก้ปวดหัว ไข้หวัด คางทูม ต่อมทอมซินอักเสบ
ปอดอักเสบ ไอกรน กระเพาะอาหาร และลำไส้อักเสบ
บิด มูกเลือด ท้องเดิน ตับอักเสบ เชื้อหนองใน ทางเดินปัสสาวะ
และมดลูกอักเสบ โรคเบาหวาน ลดความดันเลือด
สรุปความว่า เป็นยาแก้พิษร้อน พิษไข้ในร่างกาย
และเป็นยาเจริญอาหาร


ตอนนี้เรามีสินค้ามาเสนอขาย ในราคาย่อมเยา
1 ถุง บรรจุ 100 เม็ด ราคา 15 บาท แบบขมหน่อย
ราคา 20 บาท แบบผสมน้ำผึ้ง

สนใจ ติดด่อที่ xaiotik@yahoo.com